Instant noodles

posted on 27 Jun 2013 14:05 by bapenji in Fiction directory Fiction, Asian
Title : Instant noodles
Author : swowln
Pairing : Luhan x Sehun
Category :AU – Romance
Rate : PG-13









   
ไม่รู้ว่าเขาพลิกตัวมากี่ครั้งแล้วสำหรับในคืนนี้ และไม่รู้ว่านานเท่าไหร่ที่เขาล้มตัวลงนอนแต่ก็ยังนอนไม่หลับสักที ห้องนอนที่ไม่คุ้นเคยและเครื่องนอนที่ไม่คุ้นเคยอาจจะเป็นต้นเหตุของการนอนไม่หลับ เท่านั้นยังไม่พอ คนที่นอนกรนอยู่ข้างๆก็ไม่ใช่คนที่สนิทอีกด้วย



เซฮุนค่อยๆพลิกตัวอีกครั้งบนเตียงขนาดหกฟุต เพื่อไม่ให้เป็นการรบกวนเจ้าของห้องก่อนที่จะเหลือบตาไปมองนาฬิกาปลุกสีแดงที่ตั้งเอาไว้เหนือหัว



...ตีหนึ่งกว่าๆ



ถีบผ้าห่มให้ลงไปกองอยู่ปลายเท้า ก่อนจะขยับตัวหามุมถนัดเพื่อที่จะหลับต่ออีกครั้ง แต่ทำยังไงก็ไม่หลับจนเซฮุนเริ่มหงุดหงิด คนข้างๆก็กรนเสียงดังจนเขาอยากจะเอาหมอนไปอุดหน้าเอาไว้ แต่ก็ได้แค่คิด เพราะนอกจากเราจะไม่สนิทกับเขาแล้ว เรายังไม่ใช่เจ้าของห้องอีกต่างหาก



ผ้าห่มที่ตอนแรกถูกทอดทิ้งอย่างไม่ใยดี ได้นำกลับมาใช้อีกครั้ง เซฮุนหดตัวภายใต้ผ้าห่มผืนพอดีคลุมร่างกายเสียมิด เพื่ออย่างน้อยก็ให้มีด่านป้องกันเสียงกรนอีกชั้น ก่อนที่จะยกหมอนขึ้นมาปิดหูเป็นด่านสุดท้าย
 
 
 
.

.

.
 
 
 
‘กริ๊งงงง~’



ใกล้จะเคลิ้มหลับ แต่ก็มีมารมาผจญ นาฬิกาปลุกที่ตั้งเอาไว้เหนือหัวกรีดร้องเสียงดังจนปวดหู เจ้าของห้องที่ตั้งนาฬิกาปลุกเอาไว้ยังคงนอนอ้าซ่ากรนเสียงดังเหมือนเดิม



เซฮุนปรือตามุดหัวออกมาจากฐานทัพ เอื้อมมือไปตบ(?)นาฬิกาให้หยุดส่งเสียงแล้วค่อยหยิบนาฬิกามาดู ก็พบว่าจากที่ตื่นมาล่าสุดเขายังนอนไปไม่ถึงชั่วโมงเสียด้วยซ้ำ



เขานำนาฬิกากลับไปวางที่เดิม ก่อนจะลุกขึ้นหันไปปลุกคนอายุมากกว่าข้างๆ



“ล..ลู่..ลู่หานฮยอง ลู่หานฮยอง” เสียงแหบแห้งคล้ายคนเพิ่งตื่นเอ่ยขึ้นมาพลางเขย่าตัวให้ตื่น ลู่หานครางเบาๆราวกับตอบรับแต่ก็พลิกตัวกลับไปนอนต่อ



เด็กหนุ่มคลานลงจากเตียงไปเปิดไฟในห้อง จากนั้นก็กลับไปเขย่าตัวเรียกชื่อเจ้าของห้องซ้ำๆ จนเจ้าของชื่อยอมตื่นขึ้นมาเสียที ลู่หานหน้าบึ้งขมวดคิ้วมุ่น เพราะแสงจากไฟนีออนแยงตาแถมยังโดนปลุกอีกต่างหาก แต่ก่อนที่จะได้พูดอะไร เซฮุนก็รีบหยิบนาฬิกาปลุกยื่นใส่หน้าลู่หานแล้วชี้ไปที่ตัวเลขที่บ่งบอกเวลาว่าตีสองแล้ว



ลู่หานพยักหน้าเข้าใจช้าๆ ก่อนที่จะเดินเกาหัวสีแดงจากสารเคมีที่ถูกจัดทรงยุ่งเหยิงอย่างเป็นธรรมชาติโดยการนอนทับผมตัวเอง ลุกขึ้นไปเปิดทีวีค้างเอาไว้ แล้วพาตัวเองไปทำธุระในห้องน้ำให้เรียบร้อย ใช้เวลาไปไม่เท่าไหร่ก็ออกมาพร้อมกับนั่งแหมะตัวเองอยู่หน้าทีวี



เสื้อสีแดงกับกางเกงบอลสีขาวเข้าชุด ราวกับจะคอสเพลย์เป็นนักบอลทีมโปรดถูกใส่หลังจากอาบน้ำเสร็จตั้งแต่ช่วงทุ่มสองทุ่ม เตรียมพร้อมตั้งแต่ยังไม่ทันลงแข่ง เซฮุนที่ตื่นเต็มตาตั้งแต่เดินไปเปิดไฟก็นั่งขัดสมาธิอยู่บนเตียงอย่างไม่มีอะไรทำ จนกระทั่งเสียงเพลงที่เป็นสัญญาณว่าการแข่งขันกำลังจะเริ่มขึ้นดังออกมาจากทีวี ก็ดึงความสนใจจากเซฮุนไปได้ไม่น้อย



เซฮุนไม่ได้ชอบดูบอล แน่นอนล่ะว่าเขาดูเป็น แต่ก็ไม่ได้ชอบทีมไหนเป็นพิเศษ ถ้าเลือกได้เขาก็คงจะทำอย่างอื่นมากกว่าที่จะนั่งดูผู้ชายหลายสิบคนรุมทึ้งฟุตบอลเพียงลูกเดียวของสนาม



เสียงเชียร์ดังลั่นออกมาจากผู้ชายตัวเล็กกว่าเขาไม่เท่าไหร่แต่อายุมากกว่าเขาถึง 4 ปี ที่นั่งอยู่เยื้องๆกัน ใบหน้าเคร่งเครียดบวกกับแขนขาที่กระตุกบางครั้งด้วยความลุ้นระทึกในขณะที่สายตาจับจ้องไปยังจอทีวีทำให้เซฮุนอมยิ้มน้อยๆ



ตลกดี ทำไมต้องจริงจังขนาดนั้นด้วยนะ?



จนกระทั่งถึงเวลาพักครึ่งของเกมช่องท้องเริ่มโหวงๆ เหมือนได้ยินเสียงท้องร้องจากส่วนลึกที่สุดของร่างกาย เซฮุนเบะปากแล้วลูบหน้าท้องเบาๆ ก่อนจะลุกขึ้นจากเตียง



ลู่หานหันมองเด็กมัธยมที่อยู่ๆก็ลุกขึ้นมาเสียเฉยๆอย่างสงสัย เซฮุนเดินไปไม่กี่ก้าวภายในห้องแคบๆที่เป็นหอพักติดกับมหาวิทยาลัยที่พี่ลู่หานอยู่ ตรงไปยังซองบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปแพคใหญ่



“อ...เอ่อ...” สบตากับเจ้าของห้องแล้วชี้ไปยังอาหารไร้ประโยชน์ก่อนที่จะเอ่ยออกมาเบาๆ



เขาไม่รู้ว่าควรจะสื่อสารกับคนในห้องนี้ยังไง ภาษาจีนก็พูดไม่ได้สักคำ พี่ลู่หานก็พูดเกาหลีไม่ได้ แต่แม่ดันจับเขาพรากจากบ้านเกิดในช่วงปิดเทอม เพียงเพราะพ่อกับแม่ต้องมาดูงานที่ประเทศจีน แล้วมาทิ้งเขาไว้ที่หอของลูกชายเพื่อนสนิทของแม่



มันใช่ไหมเนี่ยแม่!



ลู่หานยกคิ้วข้างหนึ่ง ก่อนที่จะเดินตรงเข้ามาหา



“อยากกินเหรอ?” หยิบซองบะหมี่ออกมาจากแพคก่อนจะถามออกไปเป็นภาษาจีน รู้ว่าคนตรงหน้าฟังไม่เข้าใจ แต่ก็ยังจะพูด



ชวนให้นึกถึงเมื่อช่วงบ่ายที่พี่ลู่หานพูดภาษาจีนใส่เขาเป็นชุดพร้อมกับทำท่าประกอบก่อนที่จะขอตัวไปเตะบอลกับเพื่อน อุปกรณ์เสริมคือนาฬิกาปลุกสีแดงพร้อมกับศัพท์ภาษาอังกฤษไม่กี่คำ กว่าจะเข้าใจว่าให้ช่วยปลุกเพื่อดูบอลก็ใช้เวลาไปพักใหญ่



“ครับ” นี่ก็ตอบเป็นภาษาเกาหลีไปอีก เซฮุนพยักหน้ารัวๆ ไม่รู้หรอกว่าลู่หานพูดว่าอะไร เขาแค่เดาเอา จากสถานการณ์แบบนี้คงเป็นไปได้แค่ไม่กี่คำถาม



ทั้งคู่พูดภาษาอังกฤษไม่ได้ แต่ก็ไม่ได้แย่ถึงขนาดฟังประโยคง่ายๆไม่ออก แต่เพราะปกติไม่ได้ใช้ ความคล่องในการใช้ภาษาที่สองก็ถดถอย ความกลัวผิดมันมีมากเกินไป เขาทั้งสองคนเลยเลือกที่จะไม่ยอมพูดดีกว่า



ลู่หานพยักหน้าช้าๆก่อนจะยื่นซองไปให้ แล้วเดินไปเปิดตู้เย็นใกล้ๆเพื่อหาน้ำดื่ม



เซฮุนหันซองบะหมี่เพื่ออ่านวิธีการต้มแต่ทั้งหมดก็เป็นภาษาจีน หัวคิ้วย่นลงเล็กน้อยอย่างหนักใจ เขารู้สึกรบกวนพี่ลู่หาน แต่เขาก็ไม่เคยต้มบะหมี่กินเองสักที อีกอย่างนี่ไม่ใช่บ้านเขาด้วย จะหยิบจับอะไรก็รู้สึกไม่สะดวก



คนต่างถิ่นสูดหายใจเข้าลึกๆแล้วถอนหายใจออกมาเบาๆ หันมองซ้ายขวาเพื่อที่จะเอาชามมาใส่บะหมี่ ลู่หานนั่งมองเด็กนอกที่ทำตัวเงอะๆงะๆก็อดที่จะเดินเข้าไปช่วยไม่ได้



มือเล็กกว่าคว้าซองบะหมี่ที่อยู่ในมือของเด็กตัวโตเอาไว้ จัดการฉีกซอง เทบะหมี่ลงชาม ใส่น้ำร้อน ทำตามขั้นตอนเสร็จสรรพ



“ทำไม่เป็นรึไง?”



เซฮุนหัวเราะแหะๆ...ไม่ใช่ว่าจะยอมรับว่าเขาทำไม่เป็น เพียงแต่เพราะเขาไม่รู้ว่าลู่หานพูดว่าอะไรต่างหาก พอลู่หานเห็นปฏิกิริยาเด็กตรงหน้าก็สะบัดมือเชิงว่าไม่มีอะไร ก่อนจะยกชามบะหมี่วางลงบนโต๊ะเตี้ยใกล้ๆแทน



เสียงเพลงจากในทีวีดังขึ้นทำให้พี่ชายบ้าบอลผละออกจากชามบะหมี่ เด็กตัวโตนั่งลงอย่างว่าง่าย มองพี่ชายคนจีนสลับกับอาหารบนโต๊ะก่อนที่จะตัดสินใจลุกขึ้นอีกครั้ง



แรงสะกิดที่ไหล่ทำให้ลู่หานหันไปมองเด็กที่กำลังยืนค้ำหัว เซฮุนไม่รู้ว่าทำแบบนี้จะเสียมารยาทในการดูบอลไหม แต่เขาก็กลัวเรื่องมารยาทในการกินมากกว่า จึงตัดสินใจเดินถามด้วยตัวเอง



“พี่จะกินด้วยกันไหมครับ?” ถามออกไปพร้อมทำภาษามือประกอบ ชี้ไปที่ตัวเองที ที่ลู่หานที แล้วก็จบลงตรงที่ชี้ไปยังชามบะหมี่ ไม่ได้หวังให้คนตรงหน้าเข้าใจภาษาเกาหลี แต่หวังเพียงว่าให้เข้าใจความตั้งใจของเขามากกว่า



ลู่หานมองตามนิ้วที่ชี้ของเซฮุน กลิ่นหอมๆ และบะหมี่เส้นสีเหลืองนวลลอยอยู่เหนือน้ำอดทำให้น้ำลายสอไม่ได้ ตอนแรกก็ไม่ได้หิวอะไร แต่พอมีอาหารมาล่อเหมือนท้องก็ทำท่าจะร้องขึ้นมาทันที



เสียงรองเท้าสะตั๊ดกระทบกับบอลแรงๆหรือแม้กระทั่งเสียงเป่านกหวีดไม่ได้เป็นที่สนใจของลู่หานในชั่วขณะหนึ่ง เขาไม่ได้ตอบอะไรเด็กตรงหน้าไป เพียงแต่เดินไปหยิบซองบะหมี่ขึ้นมาทำใหม่ แล้ววางไว้ตรงข้ามกับชามของเซฮุน



“เอาแต่มองไม่กินสักที เห็นไหม? อืดหมดแล้ว กินอันนั้นไปแล้วกัน” พูดภาษาจีนใส่เซฮุนเสียยาวเหยียด พลางชี้นิ้วไปยังบะหมี่ถ้วยใหม่ เจ้าของห้องนั่งลงตรงที่ๆเซฮุนเคยนั่ง คีบบะหมี่เข้าปากเสียงดัง พลางหันหน้าไปมองจอทีวีไปด้วย



เซฮุนกระพริบตาปริบๆ ยืนอึ้งไปสักพักกับข้อความยาวๆที่เขาไม่เข้าใจสักตัว ก่อนที่จะนั่งลงตามที่พี่ชายคนจีนชี้นิ้วสั่งตรงข้ามกัน มองเส้นบะหมี่อืดๆในชามที่เคยเป็นของตัวเองก็แอบรู้สึกผิดน้อยๆ มือทั้งสองข้างถือตะเกียบและช้อนค้างเอาไว้ ไม่กินเสียที จนลู่หานต้องละความสนใจจากทีวีและชามบะหมี่ของตัวเอง



“ไม่กินเหรอ?” ถามพลางพยักเพยิดหน้าไปหาบะหมี่ของเซฮุน



“อ่า~” ครางในลำคอเบาๆก่อนจะพยักหน้ารัว เขาไม่ค่อยแน่ใจเท่าไหร่กับสิ่งที่ลู่หานพูด แต่ก็ยกตะเกียบขึ้นมาคีบบะหมี่เข้าปาก



เมื่อเห็นเด็กมัธยมตรงหน้าได้ลงมือกินเสียที ก็ถึงตาที่ลู่หานจะจัดการกับอาหารของตัวเองต่อ แต่กินไปไม่เท่าไหร่น้องชายตรงหน้าก็หยุดกินอีก หน้าตากังวลน้อยๆเหมือนมีอะไรจะพูด



เขาละหน้าออกมาจากจอทีวี มองหน้าเด็กตัวโตผิวขาวทั้งๆทั้งปากยังคาบเส้นบะหมี่อยู่



“เอ่อ...ลู่หานก...เกอเกอะ...ช...เชีย..เชี่ยเฉียะ (谢谢 = ขอบคุณ)” เซฮุนกำตะเกียบในมือแน่น คำภาษาจีนพื้นฐานเอ่ยออกมาจากปากชมพูอย่างอายๆ เขายกยิ้มอย่างตาหยีด้วยความรู้สึกขอบคุณจากใจจริง



ดวงตารูปพระจันทร์เสี้ยวพร้อมกับรอยยิ้มหวาน ทำให้ลู่หานหัวใจกระตุกไปเสี้ยววิ ก่อนจะรีบกัดเส้นบะหมี่จนขาด ส่วนที่เหลือร่วงตามแรงโน้มถ่วงจนน้ำซุปในชามกระเด็นออกมาเล็กน้อย นึกเอ็นดูเมื่อเห็นความพยายามในการพูดภาษาจีนอย่างเอาใจ



“ปู๋เค่อชี่ (不客气 = ไม่เป็นไร)”
 
 
 
 
 
Talk : ฟิคเรื่องนี้ได้แรงบันดาลใจจากรูปนี้ค่ะ เห็นปุ๊บภาพก็มา 55555

Comment

Comment:

Tweet