I'm lost

posted on 01 Jul 2013 21:31 by bapenji in Fiction directory Fiction, Asian
Title : I’m lost
Author : swowln
Pairing : Luhan x Sehun
Category : AU – Romance
Rate : PG-13

   








“เซฮุน” หญิงมีอายุเอ่ยเรียกลูกชายตัวเองที่กำลังนั่งอ่านหนังสือการ์ตูนอยู่บนโซฟาของห้องรับแขก เจ้าของชื่อขานรับ แต่สายตาก็ยังคงจดจ่ออยู่ที่หนังสือในมืออยู่ดี “อาทิตย์หน้าพ่อกับแม่ไปจีนนะ”
   


“ครับ” เด็กหนุ่มเอ่ยรับเรียบๆ ไม่ตื่นเต้นอะไร เพราะว่านี่ก็เป็นเรื่องปกติ พ่อกับแม่ของเซฮุนทำธุรกิจ ไม่ใช่เรื่องแปลกที่จะไปมาต่างประเทศบ่อยๆ แต่สาเหตุที่ต้องเงยหน้าขึ้นมาจากงานอดิเรกของตัวเองก็ประโยคถัดมาเนี่ยแหละ
   


“เซฮุนก็ต้องไปด้วยนะ”



“ทำไมล่ะ?”

   

“คราวนี้ไปหลายเดือน แม่ทิ้งให้เซฮุนอยู่ที่นี่คนเดียวไม่ได้หรอก”
   


“ไม่เห็นเป็นไรเลย ผมดูแลตัวเองได้”
   


“เซฮุนทำกับข้าวเป็นหรือไง? แค่บะหมี่ยังบอกให้แม่ทำให้กินเลย”
   


เซฮุนเงียบ แต่ก็เงียบไปได้แค่พักเดียวก็เถียงขึ้นอีก
   


“เดี๋ยวผมออกไปซื้อข้างนอกก็ได้”
   


“เราก็ชอบอ่านการ์ตูนจนลืมกินข้าวทุกทีล่ะ ไม่ต้องเถียงแล้วนะ แม่ซื้อตั๋วเครื่องบินไว้เรียบร้อยแล้ว อีกอย่าง อาทิตย์หน้าเซฮุนก็ปิดเทอมแล้วไปเที่ยวต่างประเทศบ้างจะเป็นอะไรไป”
   


คนเป็นแม่ร่ายมาเสียยาวเหยียด เซฮุนหน้างอเพราะไม่มีสิทธิ์เถียง เลยก้มลงอ่านหนังสือการ์ตูนต่อทั้งๆที่หน้าบึ้งอยู่อย่างนั้น
   


อาทิตย์แห่งการสอบผ่านไปอย่างไม่ค่อยสวยงามสักเท่าไหร่ เซฮุนทำวิชาที่ตัวเองไม่ชอบไม่ค่อยได้ คงเป็นเพราะไม่ชอบตั้งแต่ทุนเดิม เลยหมดกำลังใจในการอ่านหนังสือไปด้วย จะว่าเร็วก็เร็ว จะว่าช้าก็ช้า แต่ยังไงก็ต้องมาถึงวันที่ต้องจัดกระเป๋าเดินทางไปประเทศจีน
   


เซฮุนได้นอนกับพ่อและแม่แค่คืนเดียว วันต่อมาก็ถูกส่งต่อไปให้คนอื่น เพราะไม่มีเวลามาดูแล ระหว่างนั่งรถไปหาเพื่อนแม่ เขาก็นั่งมองวิวข้างทางไปอย่างเรื่อยเปื่อย นั่งได้ไม่นานรถก็หยุดลง
   


กระเป๋าเป้ใบโตนั้นอัดแน่นไปด้วยหนังสือการ์ตูน และเครื่องใช้อิเล็กทรอนิกส์ที่วัยรุ่นต่างมีไว้แก้เบื่อ พร้อมกับกระเป๋าดัฟเฟลที่ใส่ของจำพวกเสื้อผ้าและเครื่องประดับถูกเด็กหนุ่มหิ้วลงจากรถแท็กซีเดินตามแม่ต้อยๆ
   


เซฮุนก้มหน้าไปเดินไปเพราะความหนักของกระเป๋า แต่เมื่อรองเท้าส้นเตี้ยของแม่หยุดอยู่กับที่ เขาก็หยุดตามก่อนที่จะเงยหน้าขึ้น ก็พบผู้หญิงรุ่นราวคราวเดียวกับแม่ และผู้ชายผมสีแดงที่ดูท่าจะอายุพอๆกับเขา
   


เซฮุนวางกระเป๋าเสื้อผ้าลงกับพื้นก่อนจะก้มหัวทักทายคนแปลกหน้าทั้งสองคนแล้วหันไปมองหน้าแม่ตัวเอง
   


“เซฮุน นี่ลู่หานนะ เป็นลูกของเพื่อนแม่เอง”
   


เซฮุนพยักหน้าหงึกๆสักสองที ก่อนจะหันไปมองเจ้าของชื่อที่แม่เพิ่งเอ่ยไปเมื่อครู่ คนที่ชื่อลู่หานยิ้มให้อย่างเป็นมิตรหนึ่งทีและเขาก็ยิ้มตอบกลับไป ก่อนที่ผู้หญิงที่มาด้วยกันจะพูดอะไรสักอย่างกับเขาด้วยภาษาที่เขาไม่เข้าใจ
   


“ป้าเขาถามว่าเราน่ะชื่ออะไร”
   


“เซ...เซฮุน โอเซฮุน” เซฮุนตอบเสียงเบาด้วยความเกร็ง ป้าคนนั้นยิ้มให้แล้วหันไปคุยกับแม่อีก
   


“เซฮุนอายุเท่าไหร่แล้วล่ะ?”
   


“อายุ 17”
   


“ถ้าอย่างนั้นก็อ่อนกว่าลู่หานน่ะสิ ลู่หานอายุ 21 แล้ว”
   


“อ๊ะ! จริงเหรอ?” แม่หันไปพูดกับป้าคนนั้นเป็นภาษาจีน เซฮุนได้แต่มองสองคนนี้คุยกันไปมา ก่อนที่แม่จะหันหน้ามาทางเขา “ลู่หานเขาอายุ 21 นะ เซฮุนต้องเรียกเขาว่าพี่”
   


เซฮุนแปลกใจ ลูกชายของป้าคนข้างหน้า หน้าเด็กกว่าที่เขาคิด อายุมากกว่าเขาตั้ง 4 ปีแน่ะ
   


“ครับ”
   


“ครับอะไรล่ะ? เรียกเขาว่าพี่สิ”
   


หือ?
   


“ลู่หาน...” เอ่ยออกมาเสียงค่อย ก่อนจะหันหน้าไปหาแม่อย่างขอความช่วยเหลือ
   


“เกอเกอะ”
   


“เกอเกอะ ลู่หานเกอเกอะ”
   


“นั่นแหละ”
   


เด็กหนุ่มยิ้มอย่างเขินอายขณะที่เรียกคำว่าพี่เป็นภาษาจีน พี่ชายคนนั้นยิ้มให้เขาอย่างพอใจท่ามกลางเสียงคุณแม่ทั้งสองคนคุยกันเป็นภาษาจีน แล้วป้าคนนั้นก็หันมาพูดกับเซฮุนอีกครั้ง
   


“ป้าเขาบอกว่าอยู่กับลู่หานไม่ต้องเกรงใจ ลู่หานเขาไม่ดุ ทำตัวได้ตามสบายนะ มีอะไรขาดเหลือก็บอกพี่เขาได้” ตำแหน่งล่ามชั่วคราวเอ่ยบอกเซฮุน “แต่ว่าอยู่กับพี่เขาน่ะ ต้องทำตัวให้มีประโยชน์นะ อย่าเอาแต่อ่านการ์ตูนสบายล่ะ อันนี้แม่บอกเอง ป้าเขาไม่ได้บอก”

   

เซฮุนหน้าเจื่อนลงเล็กน้อยจากคำสั่งของแม่ นึกบ่นในใจว่าต้องไปอยู่กับคนที่ไม่รู้จักแล้วยังต้องทำงานบ้านอีกเหรอ? ทั้งๆที่อยู่บ้านเขาก็ไม่ค่อยอยากจะทำอยู่แล้ว
   


คุณแม่ทั้งสองคุยกันสักพัก ก็ถึงเวลาที่เซฮุนต้องจากผู้เป็นแม่เสียที เขาก้มโค้งทำความเคารพผู้ใหญ่ทั้งสองพร้อมๆกับพี่ลู่หาน แต่เซฮุนก็ยังสงสายตาอาลัยอาวรณ์ให้กับแม่จนโดนไล่ว่าให้ไปได้แล้ว
   


เขายกกระเป๋าที่วางไว้ที่พื้นตั้งแต่แรกขึ้นด้วยมือทั้งสองข้าง เดินคอตกตามพี่ชายแปลกหน้าต้อยๆ ระหว่างทางเต็มไปด้วยความเงียบ แต่อยู่ๆพี่ชายตรงหน้าก็หยุดเดินแล้วหันหน้ามา
   


“เอากระเป๋ามาสิ หนักใช่ไหม?” พูดภาษาจีนพร้อมกับแบมือมา

   

งง...

   

เซฮุนยืนนิ่ง มองหน้าพี่ลู่หานด้วยสายตาว่างเปล่า หัวคิ้วขมวดลงน้อยๆ

   

อะไรกัน? พี่เขาพูดเกาหลีไม่ได้หรอกเหรอ?

   

แต่พี่ข้างหน้าก็แสดงอาการไม่ต่างกัน เจ้าเด็กผิวขาวยืนนิ่ง ถือกระเป๋าอย่างเดิมไม่ยอมพูดอะไรสักอย่าง

   

นี่พูดจีนไม่ได้เหรอ?

   

ลู่หานหัวเสียน้อยๆ ทำไมแม่ไม่เห็นบอกเลยว่าน้องที่จะมาด้วยพูดจีนไม่ได้ ไอ้เราก็นึกว่าที่พามาให้อยู่ด้วยก็เพราะจะพอคุยกันรู้เรื่อง อย่างน้อยก็ฟังประโยคง่ายๆออก
   


ต่างคนต่างยืนนิ่ง งงกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ก่อนจะเป็นลู่หานที่ตั้งสติขึ้นมาได้ก่อน
   


“พูดจีนไม่ได้ใช่ไหม?”
   


เด็กที่ชื่อว่าเซฮุนขมวดคิ้วหนักกว่าเก่า นั่นก็เป็นตัวตัดสินได้แล้วว่าเจ้าเด็กนี่พูดภาษาจีนไม่ได้เลยจริงๆ ลู่หานไม่สนใจอาการเด็กตรงหน้า ก่อนจะส่ายหัวน้อยๆแล้วหยิบกระเป๋าถือขึ้นมาถือเอง
   


เซฮุนเหวอไปเล็กน้อย แต่ก็ไม่ได้แย้งอะไรคงเป็นเพราะว่าพูดไม่เป็น เลยปล่อยให้ลู่หานถือกระเป๋าตัวเองจนกระทั่งเดินมาถึงหอ
   


เด็กมัธยมปลายมองไปมาอย่างซอกแซก ห้องของลู่หานไม่ใหญ่เท่าไหร่แถมยังรกอีกต่างหากตามประสาผู้ชาย แต่ก็ไม่ได้รกมากถึงขนาดจะมีรังหนูหรือแมลงสาบมาตั้งถิ่นฐานอาศัยอยู่ก็แล้วกัน
   


คนพี่วางกระเป๋าหนักๆเอาไว้มุมหนึ่งของห้อง ไม่รู้ว่าจะขนอะไรมานักหนา เมื่อเห็นลู่หานวางกระเป๋า เซฮุนก็เอากระเป๋าเป้ที่สะพายมานานวางลงข้างๆกัน พร้อมกับยืนเกร็งเพราะไม่รู้ว่าจะเอาตัวเองไปอยู่ตรงไหน
   


“นั่งตรงนี้ก็ได้” ลู่หานชี้ไปยังเบาะรองนั่งตรงพื้นที่วางคู่กับโต๊ะเตี้ยๆตัวหนึ่ง “เดี๋ยวฉันจะอาบน้ำก่อนแล้วกัน”
   


ใส่มาเป็นชุด เซฮุนไม่รู้เรื่องซักอย่าง เข้าใจเพียงแต่นิ้วที่ชี้มายังเบาะรองนั่งนี่แหละ แล้วลู่หานเดินไปหยิบผ้าเช็ดตัวก่อนจะเข้าห้องน้ำไป



.
 
 
 
.
 
 
 
.
   


ผ่านมาแล้วเป็นอาทิตย์ วันๆเซฮุนแทบจะไม่มีอะไรให้ทำ ปากแทบจะไม่ต้องขยับเพราะพี่ชายร่วมห้องและตัวเขาเองต่างคุยกันไม่รู้เรื่อง จนน้ำลายจะบูดอยู่แล้วเนี่ย จะสื่อสารกันทีอุปกรณ์สำคัญถ้าไม่ใช่อวัยวะอย่างมือแล้ว ก็มีดินสอกับกระดาษนี่แหละที่เริ่มมีความสำคัญกับเขาบ้างในช่วงปิดเทอม
   


หลังจากที่เซฮุนกวาดห้อง ถูห้อง ซักผ้าและตากผ้าเรียบร้อยตามที่ตกลงกับลู่หานเอาไว้ว่าเขาจะเป็นคนทำเอง ก็ถือผ้าเช็ดตัวเดินไปอาบน้ำ
   


วันนี้เขาว่าจะออกไปเดินเล่นข้างนอกเสียหน่อยเพราะพี่ลู่หานเอากุญแจสำรองมาให้เขาแล้ว แม้หนังสือการ์ตูนจะมีเยอะแยะ แต่การที่วันๆหมกตัวอยู่แต่ในห้อง ปลุกพี่ลู่หาน ทำความสะอาด ซักผ้า อ่านการ์ตูน รอพี่ลู่หานซื้อข้าวมาให้ และอ่านการ์ตูนอีกรอบ มันก็ชวนให้เซฮุนรู้สึกว่าตัวเองใกล้กลัวที่แคบขึ้นทุกที
   


แถวหอพักของลู่หานนั้นเต็มไปด้วยร้านค้ามากมาย ไม่ว่าจะของกินหรือพวกเสื้อผ้า บริเวณรอบๆมหาลัยนั้นกว้างเหมาะสมกับคำว่า ‘ประเทศที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออก’ มีของซื้อของขายเต็มไปหมด ทำให้เซฮุนเดินดูจนเพลิน ท้องฟ้าสีครามค่อยจางเป็นสีส้ม ตามทางเดินเริ่มเปิดไฟให้สว่างทีละดวงๆ ร้านขายเครื่องประดับที่อยู่เยื้องๆไปข้างหน้าเรียกความสนใจจากเซฮุนได้เป็นอย่างดี
   


เซฮุนมีเงินอยู่ไม่กี่หยวนเขารู้ตัวเองดี แม่เอาเงินไปฝากไว้ที่พี่ลู่หานเสียส่วนใหญ่ บอกว่าถ้าไม่พอให้ไปขอที่พี่เขาเพิ่ม...ตอนนี้อยากจะเถียงกลับไปจริงๆ ว่าแค่คุยกันยังไม่รู้เรื่องเลย จะให้ไปขอเงินเนี่ยนะ!
   


เสียงพนักงานที่ควบด้วยเจ้าของร้านแทรกเข้ามาในความคิด เซฮุนตื้อไปเล็กๆ ก่อนที่จะยิ้มตอบไปให้ตามมารยาท คงเป็นคำทักทายลูกค้าทั่วไป
   


เด็กมัธยมเดินไปมาทั่วร้าน ทั้งหมวกแก๊ป สร้อยคอ และรองเท้า มีแต่สวยๆทั้งนั้น พลิกดูป้ายราคาแต่ละอย่างต่างก็ถูกกว่าที่เกาหลี แต่ถึงอย่างนั้นเงินในกระเป๋าเขาก็ยังไม่พออยู่ดี ไว้คราวหน้าเขาอาจจะให้พี่ลู่หานพามาอีก
   


ดูยังไม่ทันทั่วก็มีเสียงเอ่ยถามพร้อมด้วยรอยยิ้มมาอีกครั้ง เซฮุนไม่เข้าใจและเริ่มรำคาญกับคำถามที่น่าจะเจือด้วยความหวังดีที่ชอบจะคอยถามเขาอยู่เรื่อยๆ เลยเลือกที่จะยิ้มตอบกลับไป ก่อนที่จะเดินออกจากร้าน

   

เขาบอกว่าเวลาแห่งความสุขมักจะผ่านไปเร็วเสมอ...

   

ท้องฟ้าสีส้มที่เห็นก่อนหน้านี้ กลับกลายเป็นสีดำสนิท หลอดไฟมากมายรายทางทำให้มองไม่เห็นแสงดาว หัวใจของเซฮุนเหมือนหล่นตุบลงพื้นเพราะไม่นึกว่าจะมืดเสียแล้ว
   


เด็กหนุ่มตัวสูงรีบเดินกลับไปยังทิศทางเดิมเท่าที่จำได้ แต่เพราะร้านรวงมากมาย และบางร้านที่เพิ่งมาตั้งตอนฟ้ามืดทำให้เซฮุนสับสน เขาเดินซอกแซกพยายามมองหาสัญลักษณ์คุ้นๆที่พอจำได้ แต่กลับไม่พบสิ่งใดเลย
   


ผู้คนเริ่มมากขึ้นในช่วงเวลาหัวค่ำ คงเป็นเพราะอยู่ในละแวกมหาวิทยาลัยแถมร้านค้าแถวนี้ก็มีแต่ข้าวของราคาถูก หัวใจเต้นรัวอย่างเป็นกังวล เขากลัวว่าพี่ลู่หานจะเป็นห่วง และนึกหงุดหงิดใจที่เขาไม่กลับเข้าห้องเสียที
   


เวลาผ่านไปหลายสิบนาทีจนเซฮุนไม่รู้จะทำยังไง เขาไม่รู้ว่าหอที่พี่ลู่หานอยู่ชื่ออะไร คนรอบข้างต่างเป็นคนที่ไม่ใช้ภาษาเกาหลีทำให้เซฮุนนึกอึดอัด ภาษาจีนก็พูดไม่เป็น รู้สึกแย่อย่างไม่เคยเป็นมาก่อน
   


เรียวปากสวยเริ่มเบะออก เซฮุนหันไปมองซ้ายขวาอย่างหาที่พึ่งก็ไม่ได้ช่วยอะไรสักนิด โทรศัพท์ที่พกติดตัวเอาไว้บ่งบอกว่านี่ใกล้จะสองทุ่มเต็มที โทรศัพท์เครื่องตั้งแพง ตอนนี้กลายเป็นโทรศัพท์ห่วยๆเครื่องหนึ่ง ที่ทำได้แค่เพียงดูเวลาเท่านั้น ซิมการ์ดของเกาหลีถูกถอดออกก่อนที่เซฮุนจะขึ้นเครื่องมาที่ปักกิ่ง
   


ติดต่อใครไม่ได้...
   


ขาทั้งสองข้างเริ่มล้าเพราะเดินเข้าออกซอกซอยอย่างไม่หยุดหย่อน เซฮุนค่อยๆย่อตัวลงนั่งตรงที่ว่างฟุตบาท มือจับโทรศัพท์แน่น ได้แต่ภาวนาให้พี่ลู่หานออกมาตามเขาเร็วๆ ตัวเลขดิจิตอลที่ขึ้นอยู่บนโทรศัพท์ค่อยๆมากขึ้นไปเรื่อยๆ ตามเวลาที่ผ่านไป
   


เซฮุนนั่งชันเข่า กอดตัวเองอยู่ข้างฟุตบาท ตอนนี้อยู่ที่ไหนก็ไม่รู้ ได้แต่ซบหน้าลงกับหัวเข่าแล้วนึกโทษตัวเอง
   


ไม่น่าออกมาเลย...ถ้าไม่ออกมาก็คงไม่เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้น
   


คงไม่ทำให้พี่ลู่หานวุ่นวาย คุยกับใครก็ไม่รู้เรื่อง ถ้าเอาแต่อยู่ในห้องอย่างเดียวไม่ออกไปไหนก็คงดี
   


ขอบตาร้อนผ่าว หยาดน้ำตาไหลออกมาอย่างง่ายดายโดยที่ไม่ได้ตั้งใจสักนิด เซฮุนกอดตัวเองแน่นขึ้น หายใจไม่ออกเพราะก้อนสะอื้นจุกอยู่ในลำคอ
    


“ฮึก...ฮืออ” เด็กมัธยมหลุดเสียงสะอื้นไปจนได้ เซฮุนไม่รู้ว่านั่งร้องไห้ตัวสั่นเทาอยู่ตรงนี้มานานเท่าไหร่ จนกระทั่งมีแรงเขย่าเบาๆที่ไหล่
   


“อาเซฮุน...อาเซฮุน”
   


เซฮุนเงยหน้าขึ้นมาตามเสียงเรียกที่เหมือนดังมาจากที่ไกลแสนไกล ดวงตาสัมผัสกับแสงสว่างหลังจากที่ก้มหน้าอยู่นาน


   
สิ่งแรกที่เห็นคือหลอดไฟ...
   


เด็กหนุ่มขมวดคิ้ว ก่อนจะกวาดตาไปมองรอบๆด้าน

   

กำแพง

   

ทีวี

   

และผ้าห่ม

   

ฝันเหรอ?...

   

คิดได้ดังนั้นเอามือมาแตะๆที่ขอบตา สัมผัสเปียกๆที่ปลายนิ้ว ทำให้รู้ว่าเขาร้องไห้ออกมาจริงๆ พี่ลู่หานที่นั่งขมวดคิ้วอยู่ข้างๆคงเป็นคนที่ปลุกเขาขึ้นมาจากฝันร้าย
   


ไม่มีใครพูดอะไรออกมา มีเพียงลู่หานที่ทำสีหน้าอธิบายไม่ถูกส่งมาให้ ก่อนที่จะเอื้อมมือไปคว้าทิชชู่มาหนึ่งแผ่น แล้วยื่นให้น้องชายชาวเกาหลีตรงหน้า
   


อยากจะถามว่าฝันร้ายเหรอ? แต่พูดไปก็เท่านั้น ในเมื่อต่างคนต่างคุยกันไม่รู้เรื่อง
   


เซฮุนรับกระดาษอย่างว่าง่าย ก่อนจะก้มหัวปลกๆขอบคุณทั้งๆที่นอนอยู่อย่างนั้น ลู่หานไม่พูดอะไร ทำเพียงแต่ตบไหล่เซฮุนเบาๆก่อนจะเดินไปปิดไฟ